สัญลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม
Written by admin on June 29, 2008

ประเดิมเรื่องแรกหลังจากที่ผมได้ปรับปรุงเว็บใหม่ และได้เพิ่มส่วนเนื้อหาสาระบ้างไม่สาระบ้างเกี่ยวกับจังหวัดมหาสารคามขึ้น ซึ่งหวังไว้ว่าจะมีการอัพเดทเรื่องราวภายในจังหวัดมหาสารคามตลอดครับ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับจังหวัดของเราก่อนดีกว่าครับ สำหรับเรื่องนี้จะกล่าวถึงสัญลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม เชื่อว่าหลายคนคงพอจะทราบดีอยู่แล้วนะครับ เผื่อเด็กรุ่นใหม่ๆอาจจะยังไม่ทราบจะได้ทราบกัน มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ จังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ และเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้ชื่อว่าเป็น “ตักศิลาแห่งอีสาน” เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมายหลายแห่ง
สัญลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม


ตราประจำของมหาสารคามเป็นรูปทุ่งนา และต้นรังใหญ่หรือต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้หมายถึง จังหวัดนี้มีธรรมชาติมากมาย ภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาแสดงให้เห็นถึง การทำนาเป็นอาชีพหลักของชาวจังหวัดนี้

ดอกลั่นทมขาวเป็นดอกไม้ ประจำจังหวัดมหาสารคาม
มีชื่อสามัญ Frangipani
ชื่อวิทยาศาสตร์ Plumeria ssp
วงศ์ APOCYNACEAE
ชื่ออื่น ลีลาวดี, จำปาขาว
ลักษณะทั่วไป ลั่นทมเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกลำต้นหนา กิ่งอ่อนดูอวบน้ำ มียางสีขาวเหมือนนม ใบใหญ่สีเขียว ออกดอกเป็นช่อช่อละ หลายดอก ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ ดอกมีหลายสีแล้วแต่ละชนิดของพันธุ์ เช่น สีขาว แดง ชมพู เหลือง และสีส้ม ออกดอกตลอดปี มีกิ่งก้านที่เปราะและอุ้มน้ำลำต้นสูงประมาณ 4-6 เมตร และมีน้ำยางสีขาว ใบออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันไปแบบขั้นบันได แต่ใบจะไปดกที่ปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับตรงปลายมน โคนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบ ด้านบนมีผิวมันสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างมีขนสั้นๆ ประปราย และมองเห็นเส้นใบได้ชัดเจน ขนาดของใบกว้างประมาณ2-3.5 นิ้ว ก้านใบยาว 2-2.5 นิ้ว ออกดอกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ดอกเป็นรูปกรวย ภายในหลอดดอก จะมีขนประปราย ผลเป็นฝักยาวเรียบ มีผิวเกลี้ยงยาวประมาณ 6-11 นิ้ว ภายในมีเมล็ดเป็นรูปแบนๆ อยู่เป็นจำนวนมาก
การขยายพันธุ์ ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้
ประโยชน์ น้ำยางใช้ใส่แผล ทาแก้โรคงูสวัด หิด เมล็ดเป็นยาระบาย ขับน้ำเหลือง แก้โรคงูสงัด แผลจากฟิลิส

พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดมหาสารคาม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Albizia lebbeck (L.) Benth.
วงศ์ LEGUMINOSAE - MIMOSOIDEAE
ชื่อสามัญ Indian Walnut , Labbeck Tree
ชื่ออื่น มะขามโคก มะรุมป่า ซึก
ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 10 - 25 เมตร เรือนยอดรูปร่มแผ่กว้าง
เปลือก สีเทาเข้มหรือน้ำตาลอม เหลืองขรุขระ และแตกเป็นร่องตามยาว เปลือกในสีแสด
ใบ ประกอบรูปขนนกสองชั้น เรียงสลับมีก้านแขนงออกตรงข้ามกัน 2 - 4 คู่ แผ่นใบย่อยเล็ก 2 - 5 คู่ รูปขอบขนานเบี้ยว หรือรูปรี กว้าง 1.5 - 2.5 เซนติเมตร ยาว 3 - 5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนสอบและเบี้ยว
ดอก ดอกเล็กสีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบกระจุกรูปร่มค่อนข้างกลม บริเวณซอกใบ และที่ปลายกิ่ง
ผล เป็นฝักรูปขอบขนาน แบนและบาง กว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 20 - 35 เซนติเมตร ปลาย และโคนมน สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแกมเหลือง ผิวเกลี้ยงเป็นมัน เมื่อแห้งสีฟางข้าว มีเมล็ดแบนรี 4 - 12 เมล็ด
นิเวศวิทยา ขึ้นได้ดีในพื้นที่เสื่อมโทรม เป็นไม้เบิกนำที่ดี พบขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของไทย
ออกดอก มีนาคม - เมษายน เป็นฝัก กันยายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด หรือตอนกิ่ง
วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด แช่ในน้ำร้อนอุณหภูมิ 80 - 90 องศาเซลเซียส แล้วทิ้งไว้ให้เย็น แช่ไว้เป็นเวลา 16 ชั่วโมง
ข้อสังเกตและผลการทดลอง
1. เมล็ดจะงอกใช้เวลาประมาณ 12 วัน
2. ภายในระยะเวลา 7 เดือน ต้นกล้าจะมีความสูงประมาณ 30-40 ซม. สามารถย้ายปลูกได้
ประโยชน์ ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อนรับประทานได้ มีรสมัน เนื้อไม้แข็ง ลายไม้สวย ใช้ทำสิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือทาง การเกษตร เปลือกให้น้ำฝาดใช้ฟอกหนัง เปลือกมีรสฝาดใช้รักษาแผลในปาก ลำคอ เหงือก เมล็ดรักษาโรคผิวหนัง ใบใช้ดับพิษร้อนทำให้เย็น
อ้างอิง http://www.dnp.go.th
Posted in: เกี่ยวกับมหาสารคาม

